ชาวบ้าน ที่ไม่อยากโดนแบบนี้ ลองฟังกันดูนะครับ ก็แค่ทำให้ท่านเห็นว่า ร้านใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำดีเสมอไป ผมพูดจริง จากใน คลิปเสียง เปลี่ยน เพียง Battery CMOS ตามภาพ เท่านั้นเอง คิดราคา 1200 บาท ผม ก็คนทำไร่ ทำสวน 1200 เยอะเหมือนกันนะครับ ทั้งๆ ที่ Battery CMOS ก้อนละ 15-30 บาท เอง นี่ขนาดเป็นร้านต่างจังหวัดนะครับ คิดกัน ไม่เห็นใจลูกค้ากันเลย

หน้า: 1    ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิด Microsoft Outlook 2007 ไม่ได้  (อ่าน 1373 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 7 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทำให้ดีที่สุด
*
*
ฝั่งฟ้าทะเลฝันและเกียวคลื่น
คะแนนน้ำใจ: 11
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย  Age: 39  Thailand
Level 28 : Exp 30%
* ** *
HP: 7.7%
* ** *
PD: 0.812
* ** *
Login Time : 24:17:20
Total Posts : 1217
Total Topic : 2745

เว็บไซต์
« เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2554, 13:38:44 »
มีปัญหา Outlook 2007 จ้า พอเราเปิด ไอคอนตรง เดสทอป มันขึ้นว่า
cannot start Microsoft Office Outlook. Cannot open Outlook window. The set of folders cannot be opend.
The file C:\Document and setting\Administrator\Local settings\Application Data\Microsoft\Outlook\Outlook.pst is not a personal folders file.

ถ้าใช้ Vista จะฟ้องแบบนี้ครับ

อาการนี้เกิดจากไฟล์เสียหายครับ ต้องซ่อม โดยใช้ scanpst

- เปิดโปรแกรม scanpst.exe
    office 2007 อยู่ที่ C:\Program Files\Microsoft Office\Office12
    office 2003 อยู่ที่ C:\Program Files\Common Files\System\Mapi\1033 หรือ C:\Program Files\Common Files\System\MSMAPI\1033

- เมื่อเปิดมาคุณก็กด Browse เพื่อหา outlook.pst
    ได้ที่ %appdata%\Microsoft\Outlook หรือ คุณเปิด outlook แล้วคลิกขวาที่ตรง My Mail (ชื่อกล่องเมล์คุณ) แล้วกด properties ครับ แล้วกด advanced
คุณจะเห็นตำแหน่งของไฟล์ .pst ที่อยู่ตรงข้างๆ กับ Filename: ครับ
หรือดูที่ Error ก็ได้ครับ อ้อ...อย่าลืม Show Hidden File ใน Folder Option ด้วยละครับ

- แล้วกด start ครับ

- รอจนให้เสร็จแล้วคุณก็กด repair ... รอสักครู่...

- เมื่อเสร็จแล้ว คุณจะเจอข้อความ "Repair Complete" ครับ

- กด OK

ถ้าคุณอยากรู้ว่าอะไรถูกซ่อมไปบ้างก็หาไฟล์ข้อความที่ชื่อเดียวกับไฟล์ pst ครับ (จะอ่านก็ไม่อ่านก็แล้วแต่คุณ)

เสร็จแล้วครับ

ลิงค์หัวข้อ: http://vr2800.com/topic/1447
      บันทึกการเข้า
ปัจจุบันช่าง ซ่อมคอมพิวเตอร์ แถบไม่เหลือแล้ว เหลือแต่เพียงช่างลงโปรแกรมเท่านั้น
 
หน้า: 1    ขึ้นบน พิมพ์
กระโดดไป:  


ถ้าคิดว่า ยังอยากยกเครื่องไปซ่อม บ่อยๆ ไม่ต้องอ่าน เสียเวลาเปล่า
เดี่ยวนี้ร้านคอมพิวเตอร์ มีอยู่มากมาย ทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่
คุณภาพงานซ่อมก็แตกต่างกันไป ผมบอกตรงๆเลย งานซ่อมจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับช่างที่ซ่อมครับผม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ร้านใหญ่แล้วจะซ่อมดีกว่าร้านเล็กๆ ช่างที่มีประสบการณ์สูงๆ รอบบินไม่ต่ำกว่า 10 ปีเป็นต้นไปผมบอกก่อนเลย เขาไม่มาเป็นลูกน้องใครหรอกครับส่วนใหญ่ก็จะมาเปิดร้านรับทำเองซะมากกว่า ถ้าไม่เชื่อผมลองไปร้านคอมใหญ่ๆดูสักร้านซิครับแล้วขอดูหน้าช่างหน่อย แล้วคุณจะเชื่อผมเอง ผมเป็นช่างคอมคนหนึ่งเหมือนกันถ้าผมเป็นลูกน้องเขา ผมคิดอยู่อย่างเดียวเลย ทำให้เสร็จๆก็พอเพราะ ภาระมันไม่ได้ตกอยู่ที่ผม แต่ตกอยู่ที่ร้าน ร้านพวกนี้เปลี่ยนช่างไปเรื่อยๆครับ ส่วนใหญ่จะรับพวกมือใหม่พึ่งเรียนจบ ร้อนวิชา อยากทำงานถ้าคุณไม่เชื่อผมลองไปดูร้านคอมใหญ่ๆสักร้าน ไม่เกิน 6-24 เดือน พวกนี้เขาก็ออกกันแล้ว พวกนี้ไม่สู้งานหรอกครับเพราะ เงินเดือนน้อย ร้านก็ไม่ใช่ของเขา ทำงานตามกำลังเงิน แล้วคุณคิดเหรอว่าเขาจะ ตั้งใจเอาใจใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณขนาดไหนการซ่อมคอมพิวเตอร์มีอยู่หนึ่งขั้นตอนแล้วเป็นขั้นตอนที่เหนื่อยที่สุด ไม่มีช่างคนไหน อยากจะทำหรอก นั้นคือการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ ย้ำว่าต้องทั้งภายนอกและภายในแล้วต้องรู้หลักการทำความสะอาดให้ถูกด้วย บางเครื่องทำยาก บางเครื่องทำง่าย ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของช่างแต่ล่ะคน แต่ที่ยากและหินจริงๆคือการแกะเครื่อง Notebook แต่ล่ะรุ่นบ้างรุ่นแกะโครตยาก บ้างรุ่นแกะโครตง่ายแตกต่างกันไปส่วนจะเชี่ยวชาญหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ ฝีมือ และประสบการณ์การทำอยู่ดีอย่างผมซ่อมคอมมาไม่ต่ำกว่า 18 ปีซ่อมเครื่อง มาแล้ว เป็น 10,000 เครื่อง เกือบทุกรุ่นแล้วก็ว่าได้ กลายเป็นเรื่องง่ายไปแล้ว แต่สำหรับ มือใหม่ๆหรือช่างที่ประสบการณ์น้อยๆ แกะ Notebook ของพวกท่าน ถามว่าแกะได้ไหมผมบอกก่อนอาจแกะได้ แต่เกิดความเสียหายจาก Notebook ของท่านเป็นแน่แท้แกะไม่ถูกวิธีมีหัก มีเสียของ ลูกค้าไม่รู้หรอกครับผม เพราะ มันอยู่ ข้างใน 5555 ดูไม่ได้หรอก อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยมากๆชิ้นส่วนก็บางมากๆ เครื่องมือต้องพร้อมด้วยครับบอกก่อนไขควงต้องมีทุกเบอร์ ของอุปกรณ์ เอาไว้งัด อีกอย่าง ชุดระบายความร้อน ต้องครบจริงๆ
เรื่องลงโปรแกรม

การลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้มีอยู่ 2 แบบ คือ
1.ลงแบบปกติ

ลงตามหลักการคอมพิวเตอร์เลย เป็นวิธีที่ดีที่สุดไม่เป็นที่นิยมกันแล้ว เพราะใช้เวลานานมากๆ ไม่ต่ำกว่า 5-10 ชั่งโมงร้านที่รับลงแบบนี้ บอกก่อนเลยครับว่า ต้องแน่จริงๆ ต้องอดทนมากๆกว่าจะทำเสร็จรับเงิน เหนื่อยสมองเอาเรื่องเลย แต่ลูกค้าจะได้ เครื่องที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม ด้วยเทคโนโลยี ต่างๆ ที่เครื่องเรามีออกมาได้หมดเสถียรด้วยปัญหาจุกจิกน้อย เร็วด้วย เสียยากขึ้นโอกาศความผิดพลาด ทางด้านโปรแกรมมีน้อยมาก ทุกอย่างลงตัวสุดๆพูดมาขนาดนี้ ก็บอกก่อนเลยครับว่าผมใช้วิธีนี้อยู่ บ้างคนไม่เชื่อว่าจะลง นานขนาดนี้เลยเหรอ ผมยินดีให้ท่านนั่งดูผมทำจนเสร็จได้เลยครับผมถ้าท่านทนได้ อิอิ
2.ลงแบบ Ghost

พูดแล้วอาจจะงงๆ พูดง่ายๆคือ จับโปรแกรมมาโคลนนิ่งลงคอมเลยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ก็เสร็จ ที่เขาให้ทิ้งเครื่องไว้ก่อน เพราะ ต้องการให้เวลา เป็น ค่ากำหนดของราคา ว่า ถ้า ได้รับเครื่องไปเลย จะไม่สมราคา แต่จริงๆ เสร็จนานแล้ว และ ลูกค้าก็ลองคิดดูเอานะ ครับว่าคุณภาพจะออกมาเป็นยังไง บอกให้ก็ได้ครับ ห่วยมากๆ เครื่องคุณจะเร็วแค่พักเดียว แล้วก็จะค้างช้า แฮงค์ รวนอีกเหมือนเดิมยกเข้าร้านคอมบ่อยขึ้น เพื่ออยากได้งานขายของ ขายสินค้า ช่างใหม่ๆใช้วิธีแบบนี้หมด เพราะ เสร็จเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาด้วย แต่เสียเวลาลูกค้า แน่นอนบางคนซื้อคอมพิวเตอร์วมาเครื่องล่ะ 25,000 บาทแล้วไปลงโปรแกรมแบบ Ghost 300 บาท ผมไม่อยากคิดภาพเลยว่ามันจะเป็นอย่างไง 5555 บอกตรงๆ ครับผม เสียของหมด ประสิทธิภาพที่ได้มา ก็ไม่เต็มที่แถมข้อมูลโปรแกรม กากๆ ไปอยู่ใน Harddisk เราอีก เสียดายคุณสมบัติดีๆ ของเครื่อง แทนเลยครับของดีและถูก ไม่มีหลอกครับ คุณภาพในการ ซ่อมก็ตามราคาเลยครับผมเห็นบ้างร้านรับลงโปรแกรม 100 บาท 200 บาท 300 บาท ไม่มีประกันงานซ่อมด้วยลงแบบลวกๆเอาแค่เปิดติดใช้ได้ เป็นอันเสร็จถ้าเครื่องเสีย ก็ทำอยู่แบบนี้วนไปวนมาอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายเครื่องพัง เพราะยกไปยกมาอะไหล่มันไม่ได้ ทนทานอะไรมากนะครับ บอกก่อนเลยผมละเบื่อ พวกช่างแบบนี้จริงๆ ลูกค้าลองคิดดู เอานะครับว่ามันจะห่วยขนาดไหนแล้วเขาก็ทำตามราคาแหละครับ บางร้านลงถูก แต่โดนขโมยอุปกรณ์อีก ของแบบนี้ ดูยากครับต้องระวังอย่าคิดแค่ว่าถูกลงเร็ว แล้วจะดี มาใช้วิธี ีลงแบบคุณภาพตามข้อ ที่ 1 เถอะครับ เพื่อคอมพิวเตอร์สุดรักของท่าน จะได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

ถ้าช่างคอมท่านไหนเข้ามาอ่าน ผมว่าอย่าเอาราคาเข้ามาแข่งกันเลย เอาผลงานออกมาแข่งกันจะดีกว่าครับผม ผลประโยชน์จะได้ทั้งร้านและลูกค้าของท่าน


คอมพิวเตอร์มีโอกาส เสีย ที่โปรแกรมประมาณ 90 % เสียที่อุปกรณ์ประมาณ 10 % และ 90 % ที่ต้องยกเครื่องไปร้าน และมีโอกาสเสี่ยงต่ออาการใหม่ๆ เพิ่มได้อีก แต่จะดีใหม ถ้าทำ 90% ให้เหลือ 0 % -10 % จากการเสียของโปรแกรม และมีโอกาสเสี่ยงแค่ 10 % จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่จะต้องยกไปร้าน และจะดียิ่งชึ้นถ้าทำ 10 % ให้เหลือ 0 % - 5 % ด้วยการทำความสะอาด อุปกรณ์ ตามเวลาที่กำหนด และทั้งหมดท่านมีความเสี่ยงที่จะต้องนำเครื่องไปซ่อมเพียง 0-15 % เท่านั้นเอง ไม่ดีกว่าหรือครับ ถ้าเชื่อผม คอมพิวเตอร์ของท่านจะมีอายุที่ยาวนานกว่าเครื่องอื่น ๆ ท่านว่าจริงใหม และจะดีกว่าใหม ถ้าไม่ต้องยกเครื่องไปร้าน แต่โปรแกรมสามารถกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม