ชาวบ้าน ที่ไม่อยากโดนแบบนี้ ลองฟังกันดูนะครับ ก็แค่ทำให้ท่านเห็นว่า ร้านใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำดีเสมอไป ผมพูดจริง จากใน คลิปเสียง เปลี่ยน เพียง Battery CMOS ตามภาพ เท่านั้นเอง คิดราคา 1200 บาท ผม ก็คนทำไร่ ทำสวน 1200 เยอะเหมือนกันนะครับ ทั้งๆ ที่ Battery CMOS ก้อนละ 15-30 บาท เอง นี่ขนาดเป็นร้านต่างจังหวัดนะครับ คิดกัน ไม่เห็นใจลูกค้ากันเลย

หน้า: 1    ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ญาณทิพย์  (อ่าน 1306 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทำให้ดีที่สุด
*
*
ฝั่งฟ้าทะเลฝันและเกียวคลื่น
คะแนนน้ำใจ: 11
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย  Age: 39  Thailand
Level 28 : Exp 55%
* ** *
HP: 12.2%
* ** *
PD: 0.814
* ** *
Login Time : 26:5:4
Total Posts : 1241
Total Topic : 2769

เว็บไซต์
« เมื่อ: 8 พฤษภาคม 2554, 23:30:10 »
วิธีฝึกทิพจักขุญาณ หรือ ญาณทิพย์


วิธีการฝึกในพระพุทธศาสนามีหลายแบบ แต่ละแบบมีสาระสำคัญที่ตรงกันคือ ต้องกำหนดภาพในใจ เรื่องกำหนดภาพนี้จะเว้นไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องพยุงจิต ให้เข้าสู่ระดับสมาธิ จะแนะนำแบบง่ายๆที่คนส่วนใหญ่ทำได้และใช้เวลาไม่นาน
1. ตัดความยุ่งในอารมณ์ออกเสียในขณะที่ฝึก ควรใช้เวลาไม่นานเกินไป ในระยะแรก อย่างมากไม่เกิน 5 นาที ในขณะนั้น ตัด กังวล ให้หมด ไม่ว่าเรื่องของความรัก เรื่องที่ไม่พอใจ อารมณ์อื่นทั้งหลาย ความง่วงและความสงสัย ระงับให้หมด คิดอย่างเดียวคือ คาถาภาวนา และลมหายใจเข้าออก


2. ก่อนภาวนา กำหนดรูปพระหรือลูกแก้ว อย่างใดอย่างหนึ่ง รูปพระที่เห็นนั้น จะเป็นพระสงฆ์หรือพระพุทธรูปก็ได้ กำหนดเอาตามใจชอบ ถ้าจิตไปสนใจอารมณ์อื่น ต้องรีบระงับก่อน ลืมตาดูรูปพระหรือลูกแก้วเสียให้จำได้ เมื่อหลับตาก็กำหนดจิต จำพระที่จำได้นั้นตลอดไป ถ้าเห็นว่าจิตจะเลอะเลือนก็ลืมตาดูใหม่ ทำอย่างนี้ตลอดไป จนกว่าจิตจะมีอารมณ์ ชิน ไม่ว่าเวลาใด กำหนดจิตเห็นภาพพระนั้น แจ่มใส ไม่หายไปจากจิต อยู่ได้นานพอสมควร


3. ก่อนภาวนาหรือขณะภาวนา ต้อง กำหนดรู้ลม 3 ฐาน โดยสม่ำเสมอกัน คือหายใจเข้าลมกระทบจมูก แล้วมากระทบอก กระทบเหนือสะดือนิดหน่อย ลมหายใจออกกระทบศูนย์อก และริมฝีปากบน ใครกำหนดรู้ได้ 3 ฐาน อารมณ์จิตเป็นฌาน ถ้ารู้ 3 ฐานไม่ได้ แม้ทำมาแล้วตั้งหลายแสนปี ก็ชื่อว่ายังเป็นปุถุชน คนที่อยู่นอกวงการของฌาน ถ้ากำหนดลมได้ครบ 3 ฐาน ท่านเรียกว่า กัลยาณชน หรือสาธุชน คือคนงามหรือคนดี ได้แก่คนที่มีอารมณ์ว่างจากนิวรณ์ ในบางคราว ไม่ใช่ตลอดวัน เรื่องฐานลมนี้ ขอลดหย่อนผ่อนคลายไม่ได้ แต่ในระยะแรกจะกำหนด 3 ฐานไม่ได้ เพราะจิตยังไม่ชิน ให้เริ่มจับฐานใดฐานหนึ่งตามถนัดก่อน ต่อเมื่อสมาธิสูงขึ้น มันจะกำหนดรู้ของมันเองทั้ง 3 ฐานโดยไม่ต้องบังคับ


4. รักษา ศีล ให้บริสุทธิ์ เอาศีล 5 พอแล้ว ไม่ต้องถึงศีลอุโบสถ เพราะจะลำบากเกินไป


5. มีเมตตาปรานี ทรงพรหมวิหาร 4 อยู่เป็นปกติ ใหม่ๆพรหมวิหาร 4 อดรั่วไหลไม่ได้ ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดา ค่อยปรับปรุงค่อยๆควบคุม ไม่ช้า จิตจะทรงพรหมวิหาร 4 เป็นปกติ เมื่อทรงพรหมวิหาร 4 ได้แล้ว ศีลก็บริสุทธิ์เอง สมาธิก็ทรงฌานได้ตลอดเวลา แม้แต่ขณะคุยกับเพื่อนก็สามารถเข้าฌานได้โดยฉับพลัน
เรื่องอื่นนอกจากนี้ไม่มี คาถาภาวนาให้มาแล้วค่อยๆภาวนา(พุท-โธหรือ นะ มะ พะ ทะ) ทำเอาดี ไม่ใช่ทำเอาเวลา วันแรกๆไม่ต้องมาก เอาพอสบาย สบายนานก็นั่งนาน สบายไม่นานก็เลิกเร็ว กำหนดให้เห็นภาพ รู้ลมหายใจ รู้คาถาภาวนาพร้อมๆกันไป อย่าละอย่างใดอย่างหนึ่งป็นอันขาด อย่าเว้นแม้แต่ 1 วัน
วันไหนเหนื่อยมาก เพลียมาก ร่างกายไม่ดีไม่ต้องนั่ง นอนหรือเดินก็ได้ตามต้องการ แต่อารมณ์จิต คอยจับภาพ กำหนดลม รู้คำภานา ตลอดเวลาที่ปฏิบัติ ถ้าเห็นว่าอารมณ์จิตจะรับไม่ไหวก็เลิก ปล่อยให้คิดไปตามสบาย เมื่อเห็นว่า การกำหนดจับภาพนั้น มีอาการคล้ายภาพปรากฏแก่ใจอย่างผ่องใส ก็ลองใช้จิตให้เป็นประโยชน์ คือกำหนดรู้ทิพจักขุญาณ ไม่ใช่ตาทิพย์ คำว่าญาณแปลว่ารู้ ทิพจักขุญาณก็คือรู้ทางใจ คล้ายตาทิพย์ มันเป็นอารมณ์รู้เกิดที่ใจ ไม่ใช่ที่ลูกตา นักปฏิบัติมักจะเข้าใจพลาดตรงนี้
การปฏิบัติถ้าทำได้เท่านี้ ก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว ข้อควรระวังก็คือ เมื่อเวลาภาวนา ถ้ามีภาพอื่นมาแทรก นอกจากภาพที่กำหนดแล้ว อย่าสนใจ จงสนใจแต่ภาพที่กำหนดไว้เดิมเท่านั้น เมื่อเราไม่สนใจ ภาพนั้นจะคงอยู่หรือหายไปก็ช่าง เราต้องการภาพที่กำหนดรู้เท่านั้น

http://konyubyubwebdesign.com/webboard/viewtopic.php?t=1479

ลิงค์หัวข้อ: http://vr2800.com/topic/577
      บันทึกการเข้า
ปัจจุบันช่าง ซ่อมคอมพิวเตอร์ แถบไม่เหลือแล้ว เหลือแต่เพียงช่างลงโปรแกรมเท่านั้น
 
หน้า: 1    ขึ้นบน พิมพ์
กระโดดไป:  


คอมพิวเตอร์มีโอกาส เสีย ที่โปรแกรมประมาณ 90 % เสียที่อุปกรณ์ประมาณ 10 % และ 90 % ที่ต้องยกเครื่องไปร้าน และมีโอกาสเสี่ยงต่ออาการใหม่ๆ เพิ่มได้อีก แต่จะดีใหม ถ้าทำ 90% ให้เหลือ 0 % -10 % จากการเสียของโปรแกรม และมีโอกาสเสี่ยงแค่ 10 % จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่จะต้องยกไปร้าน และจะดียิ่งชึ้นถ้าทำ 10 % ให้เหลือ 0 % - 5 % ด้วยการทำความสะอาด อุปกรณ์ ตามเวลาที่กำหนด และทั้งหมดท่านมีความเสี่ยงที่จะต้องนำเครื่องไปซ่อมเพียง 0-15 % เท่านั้นเอง ไม่ดีกว่าหรือครับ ถ้าเชื่อผม คอมพิวเตอร์ของท่านจะมีอายุที่ยาวนานกว่าเครื่องอื่น ๆ ท่านว่าจริงใหม และจะดีกว่าใหม ถ้าไม่ต้องยกเครื่องไปร้าน แต่โปรแกรมสามารถกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม